วัดระดับความอ่านง่ายตามสูตร Dale-Chall จากคำยากและความยาวประโยค ช่วยให้คุณปรับเนื้อหาให้อ่านง่าย กระชับ และตรงใจคนอ่านได้ทันใจ

Enter Text

Paste or type content to calculate Dale-Chall readability score

0
Characters
0
Words
0
MIN READ
Text lengthEmpty

Dale-Chall Readability Score

🎓
Dale-Chall Score
0
Enter text to calculate

Text Statistics

D-WRD
คำพูดที่ยากลำบาก
0
S/100
Sentences per 100 words
0.0
SEN
Sentences
0
WRD
Words
0

เครื่องมือคำนวณระดับความอ่านง่าย Dale-Chall ช่วยประเมินระดับชั้นที่เหมาะสมในการอ่าน โดยวิเคราะห์จากความยาวเฉลี่ยของประโยคและคำศัพท์ยากที่ไม่อยู่ในคลังคำพื้นฐาน พูดง่ายๆ คือ ยิ่งได้คะแนนน้อย เนื้อหาก็ยิ่งอ่านง่ายและลื่นไหล โดยสูตรนี้เน้นความชัดเจนในระดับชั้นประถม (ประมาณ ป.4 - ป.5) ผ่านเกณฑ์วัดหลัก 2 ตัว คือ สัดส่วนคำยาก (PDW) และความยาวเฉลี่ยของประโยค (ASL) ครับ

ขั้นตอนที่ 1
วางหรือพิมพ์ข้อความ
ขั้นตอนที่ 2
วิเคราะห์คำศัพท์และประโยค
ขั้นตอนที่ 3
คำนวณคะแนนปรับปรุง
ขั้นตอนที่ 4
ประเมินระดับชั้นที่เหมาะสม

ค่าความอ่านง่าย Dale-Chall คืออะไร?

Dale-Chall คือเกณฑ์วัดว่าเด็กระดับ ป.4 - ป.5 จะอ่านและเข้าใจข้อความนั้นๆ ได้สบายหรือไม่ ตัวระบบจะประเมินทั้งความยากของคำศัพท์ ทักษะภาษา และความเข้าใจโดยรวม พร้อมคอยชี้เป้าคำยากเกินจำเป็นที่ทำให้คนอ่านสะดุดและเสียเวลาทำความเข้าใจ

📚
ความหนาแน่นของคำศัพท์ (PDW)
สัดส่วนคำยากที่อยู่นอกคลังคำคุ้นเคย
📏
ความยาวของประโยค (ASL)
จำนวนคำเฉลี่ยในแต่ละประโยค

ใครเป็นผู้คิดค้นสูตรนี้?

Edgar Dale จาก Ohio State University และ Jeanne Chall ร่วมกันคิดค้นสูตรนี้ขึ้นในปี 1948 โดยต่อยอดจากงานวิจัยด้านความอ่านง่ายของ Flesch จากนั้นในปี 1983 ทาง Chall ได้พัฒนาต่อยอดเรื่องขั้นตอนพัฒนาการการอ่านและเป็นผู้นำของ Harvard Reading Laboratory ส่วนคลังคำศัพท์คุ้นเคยก็ได้อัปเดตครั้งใหญ่ในปี 1995 ซึ่งยังคงนำมาใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานจนถึงทุกวันนี้

ระบบนับ “คำยาก” อย่างไร?

คำยาก หมายถึง คำศัพท์ที่ไม่อยู่ในรายการคำพื้นฐานที่เด็ก ป.4 ส่วนใหญ่คุ้นเคยกันดี รายการดั้งเดิมเริ่มจาก 763 คำ ก่อนจะขยายเป็น 3,000 คำในฉบับปรับปรุงปี 1995 และเนื่องจากสูตรนี้คำนวณความยาวเฉลี่ยของประโยคควบคู่ไปด้วย ค่าคะแนนจึงนำไปใช้วัดผลงานเขียนสำหรับผู้ใหญ่และกลุ่มงานเฉพาะทางอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี

สูตรคำนวณคะแนนเป็นอย่างไร?

สูตรคณิตศาสตร์ Dale-Chall

คะแนนดิบ (Raw Score) = 0.1579 × (PDW) + 0.0496 × ASL

คะแนนปรับปรุง (Adjusted Score) = Raw Score + 3.6365 (เมื่อ PDW > 5%)

*PDW = สัดส่วนคำยาก (%) | ASL = ความยาวเฉลี่ยของประโยค

ขั้นตอนการคิดคำนวณแบบเข้าใจง่าย:

  1. คะแนนดิบ = 0.1579 × (PDW) + 0.0496 × ASL
  2. PDW คือเปอร์เซ็นต์ของคำศัพท์ยากในบทความ
  3. ASL คือจำนวนคำเฉลี่ยต่อหนึ่งประโยค
  4. หากสัดส่วนคำยากเกิน 5% ให้บวกเพิ่ม 3.6365 เพื่อเป็นคะแนนปรับปรุง
  5. ตัวเลขยิ่งสูง แปลว่าเนื้อหายิ่งอ่านยากขึ้น

คะแนนที่ได้บอกอะไรเราบ้าง?

คะแนนดิบจะเหมาะกับระดับผู้อ่านประมาณ ป.3 หรือต่ำกว่า ส่วนคะแนนปรับปรุงจะใช้เทียบเคียงตั้งแต่ระดับ ป.4 ขึ้นไป เอาจริงๆ สรุปง่ายมากครับ ศัพท์ยิ่งยากประโยคยิ่งยาว ตัวเลขก็ยิ่งพุ่งสูง แต่ถ้าคะแนน Dale-Chall ต่ำ นั่นเป็นสัญญาณที่ดีว่าเนื้อหาของคุณอ่านง่ายและเข้าถึงคนส่วนใหญ่ได้สบายๆ

เครื่องมือนี้เหมาะกับใครบ้าง?

สรุปแบบไม่อ้อมค้อม ตัวนี้มีประโยชน์กับ 3 กลุ่มหลักๆ ครับ ได้แก่ โรงเรียนหรือครูผู้สอนที่ต้องการคัดเลือกหนังสือให้เด็ก ป.4 - ป.5, นักเขียนคอนเทนต์บนเว็บที่อยากเช็กความลื่นไหลผ่านเครื่องมืออย่าง characterconverter.com รวมถึงคนที่เขียนบทความเพื่อการเข้าถึงอย่างทั่วถึงหรือสื่อการสอนพิเศษ ที่ต้องการประเมินทั้งความยาวประโยค สัดส่วนคำยาก และความเข้าใจง่ายได้ครบจบในรอบเดียว

อยากได้คะแนนดีขึ้น ต้องทำอย่างไร?

✂️ ตัดประโยคให้สั้นและกระชับ 💡 เลือกใช้คำศัพท์ที่คุ้นเคย ⚡ เขียนด้วยภาษาพูดที่เรียบง่าย 📑 ตัดคำศัพท์เฉพาะทางที่ไม่จำเป็นออก

เขียนด้วยภาษาพูดง่ายๆ ในชีวิตประจำวันครับ ซอยประโยคให้สั้นลง เลี่ยงการใช้คำศัพท์หรูหรา และหันมาใช้คำศัพท์ทั่วไปที่อยู่ในคลังคำพื้นฐาน เท่านี้คะแนนก็จะลดลงทันที ตัวคำนวณจะนำข้อความไปเทียบกับรายการคำศัพท์ แล้วประเมินระดับชั้นที่เหมาะสม (โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ ป.4 ขึ้นไป)

เมื่อไหร่ที่ควรเลือกใช้สูตร Spache แทน?

Dale-Chall เหมาะสำหรับเนื้อหาตั้งแต่ระดับ ป.4 ขึ้นไป หากคุณเขียนเนื้อหาสำหรับเด็กเล็กหรือเด็กปฐมวัย (ต่ำกว่า ป.4) แนะนำให้เปลี่ยนไปใช้เครื่องมือ Spache Readability แทนจะดีกว่า เพื่อไม่ให้ใช้เกณฑ์วัดผิดกลุ่มกับผู้อ่านวัยเริ่มต้น

คำถามที่พบบ่อย

ทุกวันนี้ยังนิยมใช้สูตร Dale-Chall อยู่ไหม?

ยังนิยมใช้กันอยู่มากครับ สูตรปี 1948 และรายการคำศัพท์ที่อัปเดตปี 1995 ยังคงเป็นมาตรฐานในการตรวจเช็กความอ่านง่ายของบทความบนเว็บและสื่อการสอน นักเขียนหลายคนมักนำเนื้อหามาตรวจด้วย Dale-Chall ก่อนเผยแพร่งานเสมอ

คำแบบไหนที่นับว่าเป็น "คำยาก"?

คือคำศัพท์ที่ไม่อยู่ในคลังคำคุ้นเคยของเด็กระดับ ป.4 ทั่วไปครับ รายการนี้เริ่มจาก 763 คำ และขยายเป็น 3,000 คำในสูตรฉบับปรับปรุง หากมีคำนอกเหนือจากรายการนี้ ตัวระบบจะถือเป็นคำยากและดันคะแนนความยากให้สูงขึ้น

วิธีคำนวณคะแนนดิบทำอย่างไร?

ใช้สูตร: คะแนนดิบ = 0.1579 × PDW + 0.0496 × ASL ครับ และหากสัดส่วนคำยาก (PDW) สูงกว่า 5% ก็ให้นำไปบวกเพิ่ม 3.6365 เพื่อให้ได้คะแนนปรับปรุงสุดท้ายสำหรับนำไปเทียบกับระดับชั้น

ยิ่งคะแนนต่ำ แปลว่าเนื้อหายิ่งอ่านง่ายใช่ไหม?

ถูกต้องครับ ยิ่งคะแนน Dale-Chall ต่ำ ก็ยิ่งสะท้อนว่าเนื้อหานั้นอ่านง่ายและลื่นไหล ส่วนคำศัพท์ที่ซับซ้อนและประโยคที่ยาวเกินไปจะทำให้คะแนนพุ่งขึ้น ดังนั้นเวลาตรวจทานงาน แนะนำให้คอยปรับสองจุดนี้ให้กระชับอยู่เสมอ

สูตรนี้สร้างขึ้นมาเพื่อใครตั้งแต่แรก?

จุดเริ่มต้นสร้างขึ้นมาเพื่อใช้วัดผลในชั้นเรียนระดับ ป.4 และ ป.5 ครับ แต่ปัจจุบันได้ขยายมาช่วยกลุ่มคนทำงานทั่วไป คนอ่านเว็บ และผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษด้วย โดย characterconverter.com ก็นำสูตรนี้มารวมไว้กับเครื่องมือปรับแต่งข้อความอื่นๆ เพื่อช่วยให้สื่อสารได้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น

สูตรนี้ใช้แทนแบบทดสอบความอ่านง่ายอื่นๆ ได้ทั้งหมดเลยไหม?

ไม่สามารถแทนได้ทั้งหมดครับ เพราะยังมีเกณฑ์วัดอื่นๆ อีกหลายตัว เช่น สำหรับเนื้อหาที่ง่ายกว่าระดับ ป.4 สูตรของ Spache จะตอบโจทย์กว่า Dale-Chall เป็นเพียงหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมที่ใช้กันแพร่หลาย สิ่งสำคัญคือควรเลือกเกณฑ์วัดให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายผู้อ่านของคุณครับ